<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>ICEKUNG</title>
	<atom:link href="http://cavaliers032.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://cavaliers032.wordpress.com</link>
	<description>Just another WordPress.com weblog</description>
	<lastBuildDate>Sun, 27 Apr 2008 06:33:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='cavaliers032.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>ICEKUNG</title>
		<link>http://cavaliers032.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://cavaliers032.wordpress.com/osd.xml" title="ICEKUNG" />
	<atom:link rel='hub' href='http://cavaliers032.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>ภาวะโลกร้อน</title>
		<link>http://cavaliers032.wordpress.com/2008/04/27/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://cavaliers032.wordpress.com/2008/04/27/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Apr 2008 06:33:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cavaliers032</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cavaliers032.wordpress.com/?p=17</guid>
		<description><![CDATA[สภาวะโลกร้อน&#8230;.. เรื่อง ชมรมบ้านสุขภาพ ภาวะโลกร้อน คือ การที่ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นจากภาวะเรือน กระจก หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ว่า Green house effect ซึ่งมีต้นเหตุจากการที่มนุษย์ ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จาก การเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ การขนส่ง และ การผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนั้น มนุษย์เรายังได้เพิ่มก๊าซกลุ่มไนตรัสออกไซด์ และคลอโรฟลูโรคาร์บอน ( CFC) เข้าไปอีก ด้วย พร้อมๆกับการที่เราตัดและทำลาย ป่าไม้จำนวนมหาศาลเพื่อสร้างสิ่งอำนวย ความสะดวกให้แก่มนุษย์ ทำให้กลไกใน การดึงเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป จากระบบบรรยากาศถูกลดทอนประสิทธิ ภาพลง และในที่สุดสิ่งต่างๆที่เราได้กระทำ ต่อโลกได้หวนกลับมาสู่เราในลักษณะของ ภาวะโลกร้อน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน ซี่งปรากฏการณ์ทั้งหลายเกิดจากภาวะโลกร้อนขึ้นที่มีมูลเหตุมาจากการปล่อยก๊าซพิษต่าง ๆ จากโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้แสงอาทิตย์ส่องทะลุผ่านชั้นบรรยากาศมาสู่พื้นโลกได้มากขึ้น ซึ่งนั่นเป็นที่รู้จักกันโดยเรียกว่า สภาวะเรือนกระจก ก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ 6 ชนิด ที่จะต้องลดการปล่อยได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2) ก๊าซมีเทน ( CH4) ก๊าซไนตรัสออกไซด์ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=cavaliers032.wordpress.com&amp;blog=3530087&amp;post=17&amp;subd=cavaliers032&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table border="0" cellspacing="1" cellpadding="2" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td width="100%">
<div>
<table border="0" cellspacing="5" cellpadding="0" width="100%" bgcolor="#96cd0f">
<tbody>
<tr>
<td>
<h2><span class="style19">สภาวะโลกร้อน&#8230;..</span><br />
เรื่อง ชมรมบ้านสุขภาพ</h2>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<h2><img src="http://cavaliers032.wordpress.com/PICTURE/article/ecology/main_glacier,0.jpg" alt="" width="507" height="380" /></h2>
</td>
</tr>
<tr valign="middle">
<td>
<h2>
ภาวะโลกร้อน คือ การที่ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นจากภาวะเรือน กระจก หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ว่า Green house effect ซึ่งมีต้นเหตุจากการที่มนุษย์ ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จาก การเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ การขนส่ง และ การผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนั้น มนุษย์เรายังได้เพิ่มก๊าซกลุ่มไนตรัสออกไซด์ และคลอโรฟลูโรคาร์บอน ( CFC) เข้าไปอีก ด้วย พร้อมๆกับการที่เราตัดและทำลาย ป่าไม้จำนวนมหาศาลเพื่อสร้างสิ่งอำนวย ความสะดวกให้แก่มนุษย์ ทำให้กลไกใน การดึงเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป จากระบบบรรยากาศถูกลดทอนประสิทธิ ภาพลง และในที่สุดสิ่งต่างๆที่เราได้กระทำ ต่อโลกได้หวนกลับมาสู่เราในลักษณะของ ภาวะโลกร้อน</h2>
<h2>ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน</p>
<p>ซี่งปรากฏการณ์ทั้งหลายเกิดจากภาวะโลกร้อนขึ้นที่มีมูลเหตุมาจากการปล่อยก๊าซพิษต่าง ๆ จากโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้แสงอาทิตย์ส่องทะลุผ่านชั้นบรรยากาศมาสู่พื้นโลกได้มากขึ้น ซึ่งนั่นเป็นที่รู้จักกันโดยเรียกว่า สภาวะเรือนกระจก</p>
<p>ก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ 6 ชนิด ที่จะต้องลดการปล่อยได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2) ก๊าซมีเทน ( CH4) ก๊าซไนตรัสออกไซด์ ( N2O) ก๊าซไฮโดรฟลูโรคาร์บอน ( HFCS) ก๊าซเปอร์ฟลูโรคาร์บอน ( CFCS) และก๊าซซัลเฟอร์เฮกซ่าฟลูโอโรด์ ( SF6 )</h2>
<h2>คาร์บอนไดออกไซด์ เป็นก๊าซที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศโลกมากที่สุด ซึ่งประเทศไทยเองก็มีการปล่อยก๊าซชนิดนี้ออกมาในบรรยากาศไม่น้อยหน้าประเทศอื่น โดยมีที่มาจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน น้ำมันเชื้อเพลิง หรือ ก๊าซธรรมชาติ เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า !! ??</p>
<p>ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ( co2) มาจากมนุษย์ประเทศไหนมากที่สุด จากตัวเลขที่ได้สำรวจล่าสุดนั้นเรียงตามลำดับประเทศที่ปล่อยควันพิษของโลกมีปริมาณสะสมมาตั้งแต่ปี 1950 ดังนี้ :-</h2>
<h2>1. สหรัฐอเมริกา 186,100 ล้านตัน<br />
2. สหภาพยุโรป 127,800 ล้านตัน<br />
3. รัสเซีย 68,400 ล้านตัน<br />
4. จีน 57,600 ล้านตัน<br />
5. ญี่ปุ่น 31,200 ล้านตัน<br />
6. ยูเครน 21,700 ล้านตัน<br />
7. อินเดีย 15,500 ล้านตัน<br />
8. แคนาดา 14,900 ล้านตัน<br />
9. โปแลนด์ 14,400 ล้านตัน<br />
10. คาซัคสถาน 10,100 ล้านตัน<br />
11. แอฟริกาใต้ 8,500 ล้านตัน<br />
12. เม็กซิโก 7,800 ล้านตัน<br />
13. ออสเตรเลีย 7,600 ล้านตัน</h2>
<h2>รวมถึงการปล่อยสารซีเอฟซีที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่อง ทำความเย็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นตู้เย็น เครื่องปรับอากาศทั้งบ้านและรถยนต์</p>
<p>ในต่างประเทศเองส่วนใหญ่เลิกใช้สารซีเอฟซีกันหมดแล้ว แต่ประเทศไทยยังใช้อยู่ในปริมาณร้อยละ 1 ของสารซีเอฟซีที่ใช้ทั่ว โลก ทราบว่าปีหน้าไทยเองจะยกเลิกเช่นกัน</h2>
<h2>สารซีเอฟซีนั้นประมาณร้อยละ 33 ของปริมาณทั้งหมด ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นเพื่อใช้ในตู้เย็น ตู้แช่เย็น และเครื่องปรับอากาศทั้งในอาคารและในรถยนต์ ร้อยละ 25 ใช้ทำความสะอาดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และร้อยละ 42 ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ มองแค่ ตู้เย็นผลิตประมาณปีละ 1.3 ล้านเครื่อง ใช้สารซีเอฟซีประมาณ 260 ตันต่อปี</h2>
<h2>ยังมีอุตสาหกรรมที่ใช้สารไฮ-โดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน เอชซีเอฟ และไฮโดรฟลูออโรคาร์บอนหรือ เอชเอฟซี สามารถทำลายบรรยากาศชั้นโอโซนได้เช่นกัน เอชซีเอฟ ทำลายโอโซนได้นาน 5 ปี ส่วนซีเอฟซี ทำลายโอโซนได้นานถึง 25 ปี ส่วนเอชเอฟซี ไม่ทำลายชั้นของโอโซนเพียงแต่ปิดกั้นพลังงานความร้อนเท่านั้น</h2>
<h2>ประการต่อมาสารคาร์บอนไดออกไซด์ มีการพบว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณครึ่งหนึ่ง เกิดจากการตัดไม้ ทำลายป่าบนพื้นที่ประมาณ 6 แสนไร่ ตรงนี้น่าจะรับฟังได้ เพราะป่าไม้ของไทยถูกทำลายปีละ 1 ล้านไร่ จนจะหมดอยู่แล้ว ผลที่เกิดก็คือเนื่อง จากต้นไม้จะดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป ตอนมีการสังเคราะห์แสงในเวลากลางวัน และปล่อยก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในเวลากลางคืน</h2>
<h2>แต่ที่แนวโน้มน่ากลัวกว่าเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรมและท่อไอเสียจากรถยนต์ เพราะการพัฒนาประเทศนั้นมีแต่เพิ่มมากขึ้น ในการขับขี่ยานพาหนะ ขณะนี้ประเมินว่ามี 1.88 ล้านคันทั่วประเทศ จะมีก๊าซออกมา 10 กิโลกรัม ต่อเชื้อเพลิง 4 ลิตร หากมีการขับขี่ยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิง 4 ลิตรต่อคัน ก็จะปล่อยคาร์บอนไดออก ไซด์ออกมา 18,800 ตัน สำหรับในการผลิต กระแสไฟฟ้าขนาด 100 วัตต์ เป็นเวลา 10 ชั่วโมง ต้องใช้ถ่านหินหนัก ครึ่งกิโลกรัม ซึ่งจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศ มีปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า หรือ 1.4 กิโลกรัม อีกทั้งการเผาไหม้ถ่านหิน และเชื้อเพลิงยังปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศและ เป็นหมอกควันที่ป้องกันแสงอาทิตย์ทั้งยังปิดบังเรือนกระจก ซึ่งจะทำให้บรรยากาศเกิดการเย็นลงได้</h2>
<h2> </h2>
<h2>ไนตรัสออกไซด์<br />
ไนตรัสออกไซด์จะดูดความร้อน ไว้ได้นับร้อยๆ ปี เพราะโมเลกุลของก๊าซนี้สามารถดูดความร้อนไว้ได้นาน กว่าโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 100 เท่า แต่ไนตรัสออกไซด์ ทำลายโมเลกุลของโอโซนได้น้อยกว่าซีเอฟซีร้อยละ 25 ซึ่งไนตรสออกไซค์พบได้มากที่ปุ๋ยเคมี และถ่านหิน</h2>
<h2>ก๊าซมีเทน<br />
สาเหตุหลักมาจาก การตัดไม้และการเผาป่า นอกจากนี้การทำนาข้าว การเลี้ยงวัวควาย การถมขยะ การทำเหมืองแร่ และการผลิตถ่านหิน อย่างการปลูกข้าว เกิดก๊าซมีเทน เนื่องจากแบคทีเรียที่อยู่ในดินเป็นตัวปล่อยมีเทน การเลี้ยงวัวควายก่อให้เกิดมี-เทน เนื่องจากแบคทีเรียใน กระเพาะอาหารของสัตว์กินหญ้าประเภทวัว ควาย แพะ แกะ อูฐ จะย่อยอาหารและปล่อยมีเทนออกมาด้วย</h2>
<h2>มีการศึกษาพบในแต่ละวันวัว 1 ตัว เรอมีเทนออกมาถึง 0.5 ปอนด์ ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาไทยมีวัว ควายประมาณ 11 ล้านตัว แต่ละตัว จะเรอนาทีละหลายครั้ง หากวัวควายเรอเพียงนาทีละครั้ง จะมีปริมาณ ก๊าซมีเทนออกมา 5.5 ล้านปอนด์ มีเทนที่เก็บพลังงานความร้อนเอาไว้ ขณะนี้จะเก็บความร้อนไว้ได้นานกว่า 10 ปี และเก็บความร้อน ไว้นานกว่าโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทนสามารถ เก็บพลังงานความร้อนเอา ไว้ขณะนี้ไปจนถึงระยะเวลานาน 10 ปี และเก็บความร้อนไว้นานกว่าโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 20 เท่า</h2>
<h2> </h2>
<h2>ตัวทำลายโอโซนดังกล่าวนี้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกอย่างมาก นอกจากอากาศบนโลกจะร้อนขึ้นและสุขภาพอนามัย โรคภัยไข้เจ็บ จะตามมาอีกมาก การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองเพื่อมีชีวิตรอด ก็ต้องแสวงหากันอีก นอกจากนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพืชและสัตว์ก็มากด้วย ระบบชีวิตของมันต้องปรับตัวเปลี่ยนแปลง ถึงขั้นสูญพันธุ์ไปเลยก็เป็นได้ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ผลที่จะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เพราะก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาจากขั้วโลกกำลังละลายลงมา สู่ทวีปยุโรป และดินแดนที่มนุษย์ อาศัยอยู่ วิเคราะห์กันว่าบริเวณของโลกที่อยู่ในระดับต่ำมากๆ อาจจะ สูญหายไปจากแผนที่โลกเพราะน้ำท่วมหมดสิ้น</h2>
<h2> </h2>
<h2>หากว่ากันแล้วมนุษย์นี่เองที่เป็นตัวทำลายโอโซน แต่จะบอกว่าใคร ปล่อยมากปล่อยน้อย ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ประเด็นอยู่ที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแลบ้านของตัวเองว่า จุดไหนที่ปล่อยสารพิษทำลายโอโซนต้องช่วยกันทำให้ลดลง เพื่อจะได้อยู่ในโลกนี้ได้ยาวนาน</h2>
<h2> </h2>
<h2>แต่สำหรับพวกเราแล้ว สิ่งที่น่าจะทำกันได้ อย่างเช่น การลดการใช้ สารซีเอฟซีที่มีอยู่ในตู้เย็น ตู้แช่เย็น เครื่องปรับอากาศคือ การใช้แปรงทาสีแทนที่จะใช้กระป๋องฉีดสเปรย์ ใช้เครื่องปรับอากาศ เท่าที่จำเป็นแล้วหันมาใช้พัดลม เปิดหน้าต่างและสวม เสื้อผ้าบางๆ นอกจากนี้เครื่องปรับอากาศที่ไม่ใช้แล้ว ก็จะต้องมีวิธีการทำลายที่ดี เพื่อป้องกันการรั่วไหลของสารซีเอฟซี สู่ชั้นบรรยากาศ</h2>
<h2> </h2>
<h2>สำหรับการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากท่อไอเสียรถยนต์ ทำได้โดยใช้รถรวมกันเมื่อเดินทางไปในที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกันครั้งละหลายๆ คนหรือที่รัฐบาลโดยสพช. กำลังรณรงค์กันอยู่ ขณะนี้คือ CAR POOL การขับขี่ยานพาหนะที่ประหยัด น้ำมันเชื้อเพลิง การสัญจรโดยการเดิน หรือเดินทางโดยรถจักรยาน หรือโดยสารรถประจำทาง</h2>
<h2> </h2>
<h2>การเพิ่มปริมาณขยะทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น เนื่องจากการทับถมของขยะมากขึ้น ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ถูกกำจัด โดยธรรมชาติน้อยลง การใช้เครื่องใช้ที่ประหยัดพลังงาน ทำบ้านให้ปลอดโปร่ง ใช้พลังงานธรรมชาติ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และลม ทำให้ไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา การใช้ก๊าซธรรมชาติแทนถ่านหิน และน้ำมันเชื้อเพลิงในโรงงาน และการผลิตกระแสไฟฟ้าทำให้ปล่อยคาร์บอน-ไดออกไซด์ออกมาน้อยลง</h2>
<h2> </h2>
<h2>นอกจากนี้ การป้องกันการปล่อยมีเทนออกสู่บรรยากาศทำได้โดย ลดปริมาณขยะและนำขยะมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และลดการเผาต้นไม้ในป่า และตามทุ่ง นอกจากนี้ยังควรพยายามที่จะนำมีเทนที่ เกิดจากการถมขยะ และการทำเหมืองแร่ถ่านหินมาใช้เป็นเชื้อเพลิง คาร์บอนไดออกไซด์และมีเทนเป็นก๊าซที่เก็บความร้อนบนโลก ยิ่งมีก๊าซมากก็จะเก็บความร้อนไว้มาก</h2>
<h2> </h2>
<h2>ผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน<br />
งานวิจัยเนื้อหากว่า 1,000 หน้าจากนักวิทยาศาสตร์กว่า 700 คน ว่ากรณีภาวะโลกร้อนจะ แตกต่างกันในแต่ละประเทศแต่ละส่วนของโลก</p>
<p>1. ผลกระทบด้านนิเวศวิทยา<br />
แถบขั้วโลกได้รับผลกระทบมากสุดและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย<br />
โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูเขาน้ำแข็ง ก้อนน้ำแข็งจะละลายอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำทะเลทางขั้วโลกเพิ่มขึ้น และไหลลงสู่ทั่วโลกทำให้เกิดน้ำท่วมได้ทุก ทวีป นอกจากนี้จะพลอยทำให้สัตว์ทางทะเลเสียชีวิตเพราะระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง</h2>
<h2>ส่วนทวีปยุโรป ยุโรปใต้ภูมิประเทศจะกลายเป็นพื้นที่ลาดเอียงเกิดความแห้งแล้ง ในหลายพื้นที่ปัญหาอุทกภัยจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากธารน้ำแข็งบนบริเวณยอดเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะจะละลายจนหมด</h2>
<h2>ขณะที่เอเชียอุณหภูมิจะสูงขึ้นเกิดฤดูกาลที่แห้งแล้ง มีน้ำท่วม ผลิตผลทางอาหารลดลง ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นสภาวะอากาศ แปร ปรวนอาจทำให้เกิดพายุต่าง ๆ มากมายเข้าไปทำลายบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชน ซึ่งปัจจุบันก็เห็นผลกระทบได้ชัดไม่ว่าจะเป็นใต้ฝุ่นกก</h2>
<h2>แต่แถบทวีปอเมริกาเหนืออุตสาหกรรมการผลิตอาหารจะได้รับผลประโยชน์เนื่องจากอากาศที่อุ่นขึ้น พร้อม ๆ กับทุ่งหญ้าใหญ่ของแคนาดาและทุ่งราบใหญ่สหรัฐอเมริกาจะล้มตายเพราะความแปรปรวนของอากาศส่งผลต่อสัตว์</p>
<p>นักวิจัยได้มีการคาดประมาณอุณหภูมิผิวโลกในอีก 100 ปีข้างหน้า หรือประมาณปี 2643 ว่า อุณหภูมิจะสูงขึ้นจากปัจจุบันราว 4.5 องศาเซลเซียส เนื่องจากคาดการณ์ว่า จะมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึงร้อยละ 63 และก๊าซมีเทนร้อยละ 27 ของก๊าซเรือนกระจก</h2>
<h2>สำหรับประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 1 องศาเซลเซียส ในช่วง 40 ปี อย่างไรก็ตาม<br />
หากอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น 2- 4 องศาเซลเซียส จะทำให้พายุไต้ฝุ่นเปลี่ยนทิศทาง เกิดความรุนแรง<br />
และมีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 10-20 ในอนาคต นอกจากนี้ ฤดูร้อนจะขยายเวลายาวนานขึ้น ในขณะที่ฤดูหนาวจะสั้นลง</h2>
<h2>
2. ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ<br />
รัฐที่เป็นเกาะเล็ก ๆ ของทวีปอเมริกาจะได้รับผลจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นกัดกร่อนชายฝั่ง จะสร้างความเสียหายแก่ระบบนิเวศ แนวปะการังจะถูกทำลาย ปลาทะเลประสบปัญหา เนื่องจากระบบนิเวศที่แปรเปลี่ยนไป ธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญจะสูญเสียรายได้มหาศาล</h2>
<h2>นอกจากนี้ ในเอเชียยังมีโอกาสร้อยละ 66-90 ที่อาจเกิดฝนกระหน่ำและมรสุมอย่างรุนแรง รวมถึงเกิดความแห้งแล้งในฤดูร้อนที่ยาวนาน ทั้งนี้ ในปี 2532-2545 ประเทศไทยเกิดความเสียหาย จากอุทกภัย พายุ และภัยแล้ง คิดเป็นมูลค่าเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 70,000 ล้านบาท</p>
<p>รายงาน &#8221; Global Deserts Outlook&#8221; ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ<br />
เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน ชี้ว่า ภายใน 50 ปีข้างหน้า ระบบนิเวศวิทยาทะเลทราย จะเปลี่ยนแปลงไปทั้งด้านชีววิทยา เศรษฐกิจและวัฒนธรรม</h2>
<h2>
ปัจจุบันพืชและสัตว์ทะเลทราย คือแหล่งทรัพยากรมีคุณค่าสำหรับผลิตยาและธัญญาหารใหม่ๆ<br />
ที่ทำให้ไม่ต้องสิ้นเปลืองน้ำและยังมีช่องทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ เช่น การทำฟาร์มกุ้งและบ่อปลาในทะเลทรายรัฐอาริโซนาและทะเลทรายเน เจฟในอิสราเอล</h2>
<h2>            อย่างไรก็ตาม ทะเลทรายที่มีอยู่ 12 แห่งทั่วโลก กำลังเผชิญปัญหาใหญ่ ไม่ใช่เรื่องการขยายตัว แต่เป็นความแห้งแล้งเนื่องจากโลกร้อน ธารน้ำแข็งซึ่งส่งน้ำมาหล่อเลี้ยงทะเลทรายในอเมริกาใต้กำลังละลาย น้ำใต้ดินเค็มขึ้น รวมทั้งผลกระทบที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ ซึ่งหากไม่มีการลงมือป้องกันอย่างทันท่วงที ระบบนิเวศวิทยาและสัตว์ป่าในทะเลทรายจะสูญหายไปภายใน 50 ปีข้างหน้า</p>
<p>            ในอนาคตประชากร 500 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในเขตทะเลทรายทั่วโลกจะอยู่ไม่ได้อีกต่อไป เพราะอุณหภูมิสูงขึ้นและน้ำถูกใช้จนหมดหรือเค็มจนดื่มไม่ได้</h2>
<h2>3. ผลกระทบด้านสุขภาพ<br />
ภาวะโลกร้อนไม่เพียง ทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงไปแต่มีสิ่งซ่อนเร้นที่แอบแฝงมาพร้อม รากฏการณ์นี้ด้วยว่าโลกร้อนขึ้นจะสร้างสภาวะที่พอเหมาะพอควรให้เชื้อโรคเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว</h2>
<h2>เดวิท พิเมนเทล นักนิเวศวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยคอร์ แนลในอเมริกา ระบุว่าโลกร้อนขึ้นจะก่อให้เกิด สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การฟักตัวของเชื้อโรคและศัตรูพืช ที่เป็นอาหารของมนุษย์บางชนิด โรคที่ฟักตัวได้ดีในสภาพร้อนชื้นของโลก จะสามารถเพิ่มขึ้นมากในอีก 20 ปีข้างหน้า ทั้งจะมีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นในโรคมาลาเรีย ไข้ส่า อหิวาตกโรค และอาหารเป็นพิษนักวิทยาศาสตร์ในที่ประชุมองค์การอนามัยโลก และ London School of Hygiene and Tropical Medicine วิทยาลัยศึกษาด้านสุขอนามัยและเวชศาสตร์เขตร้อนของอังกฤษ แถลงว่า ในแต่ละปีประชาชนราว 160,000 คนเสียชีวิตเพราะได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ตั้งแต่โรคมาลาเรีย ไปจนถึงการขาดแคลนสุขอนามัยที่ดี และตัวเลขผู้เสียชีวิตนี้อาจเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าตัวในอีก 17 ปีข้างหน้า แถลงการณ์ของคณะแพทย์ระดับโลกระบุว่า เด็กในประเทศกำลังพัฒนาจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงมากที่สุด เช่นในประเทศแถบแอฟริกา ละตินอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะต้องเผชิญกับการแพร่ขยายของการขาดแคลนสุขอนามัยโรคท้องร่วง และโรคมาเลเรีย ท่ามกลางอุณหภูมิโลกร้อนขึ้น น้ำท่วม และภัยแล้ง</h2>
<h2>จะป้องกันได้อย่างไร</h2>
<h2>ได้มีผู้แนะนำวิธีการช่วยป้องกันสภาวะโลกร้อนไว้ดังนี้<br />
1.  ลดระยะทางที่ใช้สำหรับการขน ส่งอาหาร เนื่องจากมลพิษจากการขนส่งนั้น<br />
เป็นตัวการสำคัญมากที่สุดในการเพิ่มปริมาณ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ<br />
ให้ เราพยายามบริโภคอาหารที่ผลิตและปลูก ในท้องถิ่น จะช่วยลดพลังงานที่ใช้สำหรับ การขนส่งลงได้</p>
<p>2. ปิดเครื่องปรับอากาศในโรงแรม ที่เราได้เข้าพักพร้อมทั้งอย่าให้พนักงานนำ<br />
ผ้าขนหนูที่ยังไม่สกปรกมากไปซัก โดยพึง ระลึกว่าเราไม่ได้ช่วยให้โรงแรมประหยัดค่า ไฟฟ้า<br />
แต่เรากำลังช่วยโลกที่เราอาศัยอยู่</h2>
<h2>3.  ลดระดับการใช้งานเครื่องใช้ ไฟฟ้าลงแม้เพียงน้อยนิด เช่น เพิ่มความร้อน<br />
ของเครื่องปรับอากาศในสำนักงานหรือที่พัก อาศัยลงสักหนึ่งองศา หรือ ปิดไฟขณะไม่ใช้ งาน<br />
ปิดฝาหม้อที่มีอาหารร้อนอยู่   หรือลด จำนวนชั่วโมงการดูโทรทัศน์หรือฟังวิทยุลง<br />
อาจลดค่าใช้จ่ายของเราไม่มากนักแต่จะส่ง ผลมหาศาลต่อโลก</h2>
<h2>4.  นำกระดาษหรือภาชนะบรรจุอื่นๆ กลับไปใช้ใหม่ พยายามซื้อสิ่งของที่มีอายุ การใช้งานนานๆ<br />
จะช่วยลดการใช้พลังงานของโลกอย่างมากมาย</h2>
<h2>5.  รักษาป่าไม้ให้ได้มากที่สุด และลดหรืองดการจัดซื้อสิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์      ต่างๆ<br />
ที่ทำจากไม้ที่ตัดเอามาจากป่า เพื่อปล่อยให้ต้นไม้และป่าไม้เหล่านี้ได้ทำหน้าที่การ เป็นปอดของโลกสืบไป</p>
<p>6.  ลดการใช้น้ำมัน จากการขับขี่ยวดยานพาหนะ โดยปรับเปลี่ยนนิสัยการขับรถ<br />
เช่น ลดความเร็วในการขับรถลง ตรวจสอบสภาพลมในล้อรถให้เหมาะสม และค่อยๆ เหยียบคันเร่ง<br />
รถยนต์เมื่อต้องการเร่งความเร็ว และ</p>
<p>7. ทดลองเดินให้มากที่สุด</h2>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/cavaliers032.wordpress.com/17/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/cavaliers032.wordpress.com/17/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/cavaliers032.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/cavaliers032.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/cavaliers032.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/cavaliers032.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/cavaliers032.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/cavaliers032.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/cavaliers032.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/cavaliers032.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/cavaliers032.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/cavaliers032.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/cavaliers032.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/cavaliers032.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/cavaliers032.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/cavaliers032.wordpress.com/17/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=cavaliers032.wordpress.com&amp;blog=3530087&amp;post=17&amp;subd=cavaliers032&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://cavaliers032.wordpress.com/2008/04/27/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a72e2649455f1ef6f2c0eabc6113e2e8?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">cavaliers032</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://cavaliers032.wordpress.com/PICTURE/article/ecology/main_glacier,0.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>นิยาม รักแท้</title>
		<link>http://cavaliers032.wordpress.com/2008/04/27/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://cavaliers032.wordpress.com/2008/04/27/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Apr 2008 06:10:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cavaliers032</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิยามรักแท้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cavaliers032.wordpress.com/?p=16</guid>
		<description><![CDATA[  นิยาม.. รักแท้ วัยและประสบการณ์ทำให้คนมีนิยามของ &#8220;รักแท้&#8221; แตกต่างกันไป บางคนก็ว่ารักแท้ไม่เคยอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์ บางคนก็ว่ารักแท้คือรักที่กำลังรักอยู่ยามนี้ บางคนก็ว่ารักแท้หาเอาได้ตามเตียงทุกเตียง แต่มีนักจิตวิทยาได้ให้องค์ประกอบของรักแท้ สำหรับให้คนพิสูจน์ความรักหนนั้นของตนว่า มันเป็นรักแท้ขนานแท้รักแท้แบบปลอมปนหรือท้รักที่ปลอมสนิท 1. ต้องมีความรู้สึกได้สัมผัสกับความสุขร่วมกับคนๆ นั้น เมื่ออยู่ด้วยกันก็จะมีความสุขมาก ไม่เคยเบื่อที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ และเมื่อยามที่เขาห่างไกลไม่ได้เห็นหน้า ก็จะรู้สึกเหงาๆ และคิดถึง ไม่ใช่พอเขาหันหลังให้ ยังเห็นชายเสื้อแว้บๆ ก็แทบจะตีปีกโลดเต้นดีใจ 2. ต้องให้ความเคารพนับถือคนๆ นั้น ถ้าจะรักใครสักคน แล้วตั้งหน้าดูถูกไม่เคยให้ความเคารพใครอื่นจะเคารพคนๆ นั้นของเรา และการที่ได้รักใคร่กับคนที่ใครๆเขาดูถูก มันจะเหลือความภูมิใจใน คนๆ นั้นสำหรับเราได้ยังไง 3. ต้องรู้สึกว่าคนๆ นั้นเป็นที่พึ่งได้ เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ขึ้นในชีวิต ก็มั่นใจว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเพื่อคอยช่วยเหลือ ไม่ใช่ว่าเรากำลังจะตกตึกอยู่รอมร่อ ก็ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยฉุด 4. ต้องเชื่อมั่นว่าถ้ามีปัญหาใดๆเกิดขึ้น ไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน สัมพันธภาพก็ยังคงดำเนินต่อไปเพราะคนเราย่อมผิดพลาดกันได้ ถ้ารู้จักอภัยกันมันก็อยู่กันทน ไม่ใช่ผิดหนเดียวก็ถีบส่ง 5. ต้องเข้าถึงความต้องการ อารมณ์ และความรู้สึกของคนๆ นั้น อย่างถ้ารู้ว่าชอบจะอยู่คนเดียวตามลำพังบ้าง ก็ควรเปิดโอกาสได้อยู่กับตัวเองด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่เปิดโอกาอย่างกระเง้ากระงอดื่ 6. [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=cavaliers032.wordpress.com&amp;blog=3530087&amp;post=16&amp;subd=cavaliers032&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%">
<tbody>
<tr>
<td> </td>
</tr>
<tr>
<td>
<blockquote><p><span style="font-size:medium;font-family:MS Sans Serif, EucrosiaUPC, FreesiaUPC, DB ThaiText;"><strong><span style="font-size:medium;color:#ff9900;font-family:MS Sans Serif, EucrosiaUPC, FreesiaUPC, DB ThaiText;">นิยาม.. รักแท้</span></strong></span></p>
<p><span style="color:#ff00ff;font-family:MS Sans Serif, EucrosiaUPC, FreesiaUPC, DB ThaiText;">วัยและประสบการณ์ทำให้คนมีนิยามของ &#8220;รักแท้&#8221; แตกต่างกันไป</p>
<p>บางคนก็ว่ารักแท้ไม่เคยอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์</p>
<p>บางคนก็ว่ารักแท้คือรักที่กำลังรักอยู่ยามนี้</p>
<p>บางคนก็ว่ารักแท้หาเอาได้ตามเตียงทุกเตียง</p>
<p>แต่มีนักจิตวิทยาได้ให้องค์ประกอบของรักแท้ สำหรับให้คนพิสูจน์ความรักหนนั้นของตนว่า มันเป็นรักแท้ขนานแท้รักแท้แบบปลอมปนหรือท้รักที่ปลอมสนิท</p>
<p>1. ต้องมีความรู้สึกได้สัมผัสกับความสุขร่วมกับคนๆ นั้น เมื่ออยู่ด้วยกันก็จะมีความสุขมาก ไม่เคยเบื่อที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ และเมื่อยามที่เขาห่างไกลไม่ได้เห็นหน้า ก็จะรู้สึกเหงาๆ และคิดถึง ไม่ใช่พอเขาหันหลังให้ ยังเห็นชายเสื้อแว้บๆ ก็แทบจะตีปีกโลดเต้นดีใจ</p>
<p>2. ต้องให้ความเคารพนับถือคนๆ นั้น ถ้าจะรักใครสักคน แล้วตั้งหน้าดูถูกไม่เคยให้ความเคารพใครอื่นจะเคารพคนๆ นั้นของเรา และการที่ได้รักใคร่กับคนที่ใครๆเขาดูถูก มันจะเหลือความภูมิใจใน คนๆ นั้นสำหรับเราได้ยังไง</p>
<p>3. ต้องรู้สึกว่าคนๆ นั้นเป็นที่พึ่งได้ เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ขึ้นในชีวิต ก็มั่นใจว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเพื่อคอยช่วยเหลือ ไม่ใช่ว่าเรากำลังจะตกตึกอยู่รอมร่อ ก็ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยฉุด</p>
<p>4. ต้องเชื่อมั่นว่าถ้ามีปัญหาใดๆเกิดขึ้น ไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน สัมพันธภาพก็ยังคงดำเนินต่อไปเพราะคนเราย่อมผิดพลาดกันได้ ถ้ารู้จักอภัยกันมันก็อยู่กันทน ไม่ใช่ผิดหนเดียวก็ถีบส่ง</p>
<p>5. ต้องเข้าถึงความต้องการ อารมณ์ และความรู้สึกของคนๆ นั้น อย่างถ้ารู้ว่าชอบจะอยู่คนเดียวตามลำพังบ้าง ก็ควรเปิดโอกาสได้อยู่กับตัวเองด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่เปิดโอกาอย่างกระเง้ากระงอดื่</p>
<p>6. ต้องมีความรู้สึกต้องตาต้องใจในสรีระของคนๆ นั้น ไม่ว่าจะต้องเสน่ห์ในความเป็นหญิงกำยำ หรือในความล้านจนขึ้นเงาวับบนหัวเขา มันก็มีส่วนในความรักเหมือนกัน</p>
<p>7. ต้องรู้สึกว่าเราสามารถจะพูดคุยกับคนๆ นั้นได้ทุกเรื่องอย่างเปิดอก สามารถที่จะขุดความรู้สึกส่วนลึกในหัวใจขึ้นมาพูดได้ ไม่ใช่ต้องปิดบังความรู้สึกส่วนนั้นไว้ เพราะกลัวว่าถ้าพูดออกมาแล้ว เราจะอับอาย หรือไม่ก็กลัวว่าเขาได้ยินแล้วจะผงะหงายแล้วเดินหายไปจากชีวิต</p>
<p>8. ต้องรู้สึกว่าคนๆ นั้นเป็นของมีค่าในมือ ถ้าไม่มีเขาสักคนชีวิตของเราก็สูญของมีค่าไป</p>
<p>9. ต้องรู้สึกเต็มใจที่มีส่วนร่วมกับคนๆ นั้นในหลายๆ ด้าน เป็นต้นว่า ความคิด อารมณ์และเวลาแต่ไม่ใช่ร่วมกับเขาไปหมด จนเขาไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง</p>
<p>10. ต้องรู้สึกอยากมีส่วนร่วมอยากรับฟังทุกอย่าง ไม่ว่าสิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่ดี หรือเป็นสิ่งที่ทุกข์ ที่เรียกว่า ร่วมทุกข์ร่วมสุข เพราะคนที่ต้องการแต่จะร่วมสุข นั่นหมายถึงว่าคุณไม่ได้มีรักแท้กับคนๆ นั้น</p>
<p>ถ้ามีครบทุกข้อดังที่กล่าวมา ให้ถือว่ากำลังมีรักแท้โดยสมบูรณ์ แต่ถ้าขาดไปสักข้อสองข้อ ก็ให้โมเมว่ายังเป็นรักแท้อยู่ แต่ถ้ามีเพียงหนึ่งหรือสองข้อในจำนวนทั้งหมดที่กล่าวมา ก็จงอย่าพยายามหลอกตัวเองว่ารักนี้เป็นรักแท้ เพราะไม่เช่นนั้นทั้งสิบคนที่คบอยู่จะเป็นรักแท้ไปหมด</p>
<p>แล้วความรักของคุณขณะนี้ล่ะเป็นรักแท้แบบไหน&#8230;. </span></p></blockquote>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/cavaliers032.wordpress.com/16/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/cavaliers032.wordpress.com/16/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/cavaliers032.wordpress.com/16/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/cavaliers032.wordpress.com/16/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/cavaliers032.wordpress.com/16/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/cavaliers032.wordpress.com/16/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/cavaliers032.wordpress.com/16/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/cavaliers032.wordpress.com/16/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/cavaliers032.wordpress.com/16/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/cavaliers032.wordpress.com/16/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/cavaliers032.wordpress.com/16/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/cavaliers032.wordpress.com/16/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/cavaliers032.wordpress.com/16/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/cavaliers032.wordpress.com/16/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/cavaliers032.wordpress.com/16/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/cavaliers032.wordpress.com/16/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=cavaliers032.wordpress.com&amp;blog=3530087&amp;post=16&amp;subd=cavaliers032&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://cavaliers032.wordpress.com/2008/04/27/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a72e2649455f1ef6f2c0eabc6113e2e8?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">cavaliers032</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เรื่องผีๆๆขำขำ</title>
		<link>http://cavaliers032.wordpress.com/2008/04/26/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b9%86%e0%b9%86%e0%b8%82%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%b3/</link>
		<comments>http://cavaliers032.wordpress.com/2008/04/26/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b9%86%e0%b9%86%e0%b8%82%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%b3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 26 Apr 2008 08:30:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cavaliers032</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องผีๆ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cavaliers032.wordpress.com/?p=13</guid>
		<description><![CDATA[เสื้อกราวส์ที่แขวนไว้     ***** ตั้งเเต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย  ผมก็ได้รับรู้เรื่องราวประหลาดๆมากมายจากบรรดารุ่นพี่ที่อยู่มาก่อน ทั้งที่คณะเเละที่หอพัก*****             ผมพักที่ห้องพักของผมในหอพักมหาวิทยาลัยมาได้เป็นเวลา 2 เทอม ตั้งเเต่เริ่มเข้ามาพักยังไม่มีเรื่องราวประหลาดเกิดขึ้นที่ห้อง ที่นี่ผมมีพี่เมทเรียนเภสัชอยู่ 2 คนซึ่งทั้งคู่ใจดีกับผมมาก วันนั้นเป็นช่วงเรียนซัมเมอร์เเต่ผมไม่ได้ลงทะเบียนเรียนจึงไม่ได้อยู่หอเเต่บังเอิญมีธุระกับที่คณะจึงมาพักแบบจ่ายเงินรายวัน  คืนนั้นมีพี่อีกคนหนึ่งมาพักด้วยจึงทําให้เตียงไม่พอ ด้วยความเกรงใจพี่ที่มาขอพักด้วยจึงขอนอนเตียงพับซึ่งผมซื้อเอาไว้ฉุกเฉิน(เอาไว้หิ้วไปนอนที่คณะ)  เเต่ผมบอกว่าไม่เป็นไรเพราะผมเองก็ชินกับเตียงพับตัวนี้ อีกอย่างเตียงหอพักทั้งสามเตียงก็เรียงติดกัน การได้เเยกมานอนเตียงพับของตัวเองมันรู้สึกเท่อย่างบอกไม่ถูก หนําซํ้าตําเเหน่งที่วางก็จะอยู่เเนวขวางที่ปลายตีนเตียงทั้งสามทําให้ผมสํานึกในความเป็นรุ่นน้องมากขึ้น(ปกติผมไม่ค่อยสํานึก..พวกรุ่นพี่จึงมักเรียกผมว่า&#8221;ไอ้เด็กเวร&#8221;) นี่กระมังอาจเป็นวิธีเดียวที่ผมสามารถอุทิศให้รุ่นพี่สุดเลิฟของผมได้  เนื่องจากห้องของผม(จริงๆก็ทุกห้องเเหละ)มีประตูหน้าเเละประตูระเบียงทะลุถึงกันอยู่กลางห้อง ตําเเหน่งเตียงพับของผมจึงอยู่ตามเเนวประตูพอดีนั่นคือหัวหันไปทางประตูทางเข้าเเละตีนเตียงหันไปทางประตูระเบียง ตอนนี้เท่ากับว่าผมนอนขวางประตูเต็มๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งทิศที่หัวหันไปคือทิศตะวันตก           เย็นวันนั้นพี่เมทผมคนหนึ่งนําเสื้อกราวส์(เหมือนที่พวกเด็กแพทย์ใช้)มาซักเเต่โชคไม่ดีคํ่าวันนั้นฝนตก (ตอนหลังผมจึงรู้ว่าไอ้โชคที่ไม่ดีน่ะมันเป็นของผม)  &#8220;เฮียรัน&#8221;พี่เมทของผมจึงเอาเข้ามาแขวนตากไว้ที่ปลายเตียงของผมพร้อมทั้งที่ตากผ้าแบบขาตั้งที่ใช้กันทั่วไปก่อนที่พวกเราจะนอน  เอาล่ะลองมาทบทวนตําเเหน่งที่ผมนอนอีกครั้ง ถ้าผมหันไปด้านซ้ายผมจะเจอเท้าของพี่ๆผมตลอดเเนวเตียงของผม หันไปทางขวาเจอกําเเพง  หัวหันไปทางประตูหน้า เท้าหันไปทางประตูระเบียงที่เปิดอยู่(ปกติผมจะปิด)กับเสื้อกราวส์ที่เเขวนอยู่บนที่ตากผ้า             กลางดึกคืนนั้นผมตื่นขึ้นมาเเล้วเห็นอะไรลางๆที่ปลายเท้าของผมจึงลืมตาขึ้นมองเเล้วก็หลับตาต่อ  เพราะตอนนั้นก็จําได้ว่ามีเสื้อกราวส์เเขวนอยู่ที่ปลายเท้า  แต่รู้สึกว่าที่เห็นน่ะมันเเปลกๆ ก่อนจะลืมตามองอีกครั้งผมตั้งสติพร้อมกับขออย่าให้เป็นอย่างที่ผมเดาเอาไว้   ผมลืมตาเพื่อความเเน่ใจ  เออ..เเปลกจริงๆด้วยแฮะ ทําไมเสื้อกาวส์ที่เห็นว่าตัวลีบๆเมื่อตอนคํ่ามันกางออกพริ้วเชียว เเถมยังลอยไปมาให้เห็นอยู่หน้าประตู  ผมไม่น่าลืมตามองชัดๆอย่างนั้นเลย &#8220;ชิบหายเเล้วกู!&#8221;  ตอนนี้ผมนึกอะไรไม่ออกจึงใช้วิธีไม้ตายสมัยยังเด็ก แกล้งหลับ!(คล้ายๆเเกล้งตายเวลาเจอหมี)  หลังจากพยายามสวดมนต์สารพัดบทเท่าที่จะนึกได้แล้วผมก็หรี่ตาดูพร้อมกับเเกล้งละเมอพลิกตัวไปทางขวาหากําเเพงทําให้ผมยังเห็นเสื้อกราวส์ตัวนั้นบินอยู่&#8221;ทําไมมันยังไม่ไปวะ&#8221;ผมเริ่มหนาวไปทั้งตัวทั้งที่ตอนที่ตื่นรู้สึกเหมือนร้อนๆ  ผมเริ่มคิดอีกครั้งขณะที่พลิกตัววนกลับไปหาเท้าของบรรดาพี่ๆทางด้านซ้ายของเตียงผมพร้อมกันนั้นก็หรี่ตาดูไอ้เสื้อกราวส์เจ้ากรรมที่ยังบินอยู่อย่างไม่รู้หน่าย เเต่ผมเบื่อเต็มทีเเล้วล่ะ  เเล้วผมก็นึกได้ ผมมีพี่ๆที่น่ารักอยู่บนเตียงตั้งสามคนนี่นา ว่าเเล้วผมซึ่งขณะนี้กําลังหันไปทางบรรดาเท้าของพี่ๆผมก็เตรียมพุ่งขึ้นเตียงหอพักที่เรียงกันอยู่เพื่อปลุกพี่เมทของผม  เเต่ผมก็ชะงักหนักกว่าเดิม(ถึงขั้นตาค้าง) [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=cavaliers032.wordpress.com&amp;blog=3530087&amp;post=13&amp;subd=cavaliers032&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"><a name="เสื้กาวส์ที่แขวนไว้"><strong><span style="font-size:18pt;font-family:'Angsana New';">เสื้อกราวส์ที่แขวนไว้</span></strong></a><strong><span style="font-size:18pt;"></span></strong></p>
<p class="MsoNormal"> </p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;" align="center"> </p>
<p class="MsoNormal"><strong><em><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';">***** ตั้งเเต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย<span>  </span>ผมก็ได้รับรู้เรื่องราวประหลาดๆมากมายจากบรรดารุ่นพี่ที่อยู่มาก่อน ทั้งที่คณะเเละที่หอพัก*****</span></em></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:justify;"><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span>            </span>ผมพักที่ห้องพักของผมในหอพักมหาวิทยาลัยมาได้เป็นเวลา 2 เทอม ตั้งเเต่เริ่มเข้ามาพักยังไม่มีเรื่องราวประหลาดเกิดขึ้นที่ห้อง ที่นี่ผมมีพี่เมทเรียนเภสัชอยู่ 2 คนซึ่งทั้งคู่ใจดีกับผมมาก วันนั้นเป็นช่วงเรียนซัมเมอร์เเต่ผมไม่ได้ลงทะเบียนเรียนจึงไม่ได้อยู่หอเเต่บังเอิญมีธุระกับที่คณะจึงมาพักแบบจ่ายเงินรายวัน<span>  </span>คืนนั้นมีพี่อีกคนหนึ่งมาพักด้วยจึงทําให้เตียงไม่พอ ด้วยความเกรงใจพี่ที่มาขอพักด้วยจึงขอนอนเตียงพับซึ่งผมซื้อเอาไว้ฉุกเฉิน(เอาไว้หิ้วไปนอนที่คณะ)<span>  </span>เเต่ผมบอกว่าไม่เป็นไรเพราะผมเองก็ชินกับเตียงพับตัวนี้ อีกอย่างเตียงหอพักทั้งสามเตียงก็เรียงติดกัน การได้เเยกมานอนเตียงพับของตัวเองมันรู้สึกเท่อย่างบอกไม่ถูก หนําซํ้าตําเเหน่งที่วางก็จะอยู่เเนวขวางที่ปลายตีนเตียงทั้งสามทําให้ผมสํานึกในความเป็นรุ่นน้องมากขึ้น(ปกติผมไม่ค่อยสํานึก..พวกรุ่นพี่จึงมักเรียกผมว่า&#8221;ไอ้เด็กเวร&#8221;) นี่กระมังอาจเป็นวิธีเดียวที่ผมสามารถอุทิศให้รุ่นพี่สุดเลิฟของผมได้<span>  </span>เนื่องจากห้องของผม(จริงๆก็ทุกห้องเเหละ)มีประตูหน้าเเละประตูระเบียงทะลุถึงกันอยู่กลางห้อง ตําเเหน่งเตียงพับของผมจึงอยู่ตามเเนวประตูพอดีนั่นคือหัวหันไปทางประตูทางเข้าเเละตีนเตียงหันไปทางประตูระเบียง ตอนนี้เท่ากับว่าผมนอนขวางประตูเต็มๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งทิศที่หัวหันไปคือทิศตะวันตก</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:justify;"><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span>          </span>เย็นวันนั้นพี่เมทผมคนหนึ่งนําเสื้อกราวส์(เหมือนที่พวกเด็กแพทย์ใช้)มาซักเเต่โชคไม่ดีคํ่าวันนั้นฝนตก (ตอนหลังผมจึงรู้ว่าไอ้โชคที่ไม่ดีน่ะมันเป็นของผม)<span>  </span>&#8220;เฮียรัน&#8221;พี่เมทของผมจึงเอาเข้ามาแขวนตากไว้ที่ปลายเตียงของผมพร้อมทั้งที่ตากผ้าแบบขาตั้งที่ใช้กันทั่วไปก่อนที่พวกเราจะนอน<span>  </span>เอาล่ะลองมาทบทวนตําเเหน่งที่ผมนอนอีกครั้ง ถ้าผมหันไปด้านซ้ายผมจะเจอเท้าของพี่ๆผมตลอดเเนวเตียงของผม หันไปทางขวาเจอกําเเพง<span>  </span>หัวหันไปทางประตูหน้า เท้าหันไปทางประตูระเบียงที่เปิดอยู่(ปกติผมจะปิด)กับเสื้อกราวส์ที่เเขวนอยู่บนที่ตากผ้า</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:justify;"><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span>            </span>กลางดึกคืนนั้นผมตื่นขึ้นมาเเล้วเห็นอะไรลางๆที่ปลายเท้าของผมจึงลืมตาขึ้นมองเเล้วก็หลับตาต่อ<span>  </span>เพราะตอนนั้นก็จําได้ว่ามีเสื้อกราวส์เเขวนอยู่ที่ปลายเท้า<span>  </span>แต่รู้สึกว่าที่เห็นน่ะมันเเปลกๆ ก่อนจะลืมตามองอีกครั้งผมตั้งสติพร้อมกับขออย่าให้เป็นอย่างที่ผมเดาเอาไว้<span>   </span>ผมลืมตาเพื่อความเเน่ใจ<span>  </span>เออ..เเปลกจริงๆด้วยแฮะ ทําไมเสื้อกาวส์ที่เห็นว่าตัวลีบๆเมื่อตอนคํ่ามันกางออกพริ้วเชียว เเถมยังลอยไปมาให้เห็นอยู่หน้าประตู<span>  </span>ผมไม่น่าลืมตามองชัดๆอย่างนั้นเลย &#8220;ชิบหายเเล้วกู!&#8221;<span>  </span>ตอนนี้ผมนึกอะไรไม่ออกจึงใช้วิธีไม้ตายสมัยยังเด็ก แกล้งหลับ!(คล้ายๆเเกล้งตายเวลาเจอหมี)<span>  </span>หลังจากพยายามสวดมนต์สารพัดบทเท่าที่จะนึกได้แล้วผมก็หรี่ตาดูพร้อมกับเเกล้งละเมอพลิกตัวไปทางขวาหากําเเพงทําให้ผมยังเห็นเสื้อกราวส์ตัวนั้นบินอยู่&#8221;ทําไมมันยังไม่ไปวะ&#8221;ผมเริ่มหนาวไปทั้งตัวทั้งที่ตอนที่ตื่นรู้สึกเหมือนร้อนๆ<span>  </span>ผมเริ่มคิดอีกครั้งขณะที่พลิกตัววนกลับไปหาเท้าของบรรดาพี่ๆทางด้านซ้ายของเตียงผมพร้อมกันนั้นก็หรี่ตาดูไอ้เสื้อกราวส์เจ้ากรรมที่ยังบินอยู่อย่างไม่รู้หน่าย เเต่ผมเบื่อเต็มทีเเล้วล่ะ<span>  </span>เเล้วผมก็นึกได้ ผมมีพี่ๆที่น่ารักอยู่บนเตียงตั้งสามคนนี่นา ว่าเเล้วผมซึ่งขณะนี้กําลังหันไปทางบรรดาเท้าของพี่ๆผมก็เตรียมพุ่งขึ้นเตียงหอพักที่เรียงกันอยู่เพื่อปลุกพี่เมทของผม<span>  </span>เเต่ผมก็ชะงักหนักกว่าเดิม(ถึงขั้นตาค้าง) เพราะตอนนี้ผมเห็นคนตัวใหญ่มากสองสามคนไม่ไช่พี่เมทผมเเน่(เพราะระยะมันเผาขนมาก)นั่งจ้องผมเขม็งตรงตีนเตียงที่พวกพี่เมทผมนอนอยู่<span>  </span>&#8220;ทําไงดีวะ&#8221;ผมคิดขณะหรี่ตาพลิกตัวกลับมาอยู่ในท่านอนหงาย ไอ้เสื้อเวรนั่นก็บินไปบินมาไม่เลิก นี่ถ้ามันบินเร็วกว่านี้เท่าตัวผมอาจไม่กลัวก็ได้ นี่จังหวะที่มันบินก็สยองเหมือนในหนั่งผีฝรั่งยังไงยังงั้น!<span>  </span>ผมก็พูดไปงั้นๆเเหละ ยังไงก็กลัวอยู่ดี&#8230;<span>  </span>ผมนอนหลับตาสวดมนต์ถูกบ้างผิดบ้างไปตามเรื่อง<span>  </span>บรรยากาศเจ้ากรรมก็เงียบสงบดีเหลือเกิน<span>  </span>จนกระทั่งมีเสียงเครื่องบินบินผ่าน ตอนนี้ผมยังไม่กล้าลืมตาเพราะไม่รู้ว่าจะเห็นอะไรอีกบ้าง<span>  </span>จนมีเสียงเครื่องบินลําที่สองบินผ่านมา<span>  </span>เอาวะ! ตายเป็นตาย คิดได้ดังนั้นผมก็หันไปทางซ้ายเเล้วพุ่งขึ้นเตียงของบรรดาพี่เมทผม<span>  </span>แปลกดีที่ผมไม่กระโดดลงไปเหยียบโดนใครไม่งั้นผมคงโดนพวกนั้นรุมกระทืบ<span>  </span>สักพักผมก็วิ่งไปเปิดสวิทช์ดวงใหญ่<span>  </span>ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนตอนหัวคํ่า เสื้อกราวส์ยังคงเเขวนอยู่ที่เดิม<span>  </span>บรรดารุ่นพี่ที่หลับลึกของผมยังคงหลับเป็นกระบืออยู่เหมือนเดิม<span>  </span>ผมนั่งหายใจหอบอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะปิดไฟเเล้วมาแทรกตัวนอนอยู่ระหว่างบรรดาพี่เมทสุดเลิฟของผม</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;font-family:'Angsana New';"><span>        </span>ก็เหมือนทุกๆคน ตอนเช้าผมเล่าเรื่องนี้ให้พวกรุ่นพี่ฟัง เเต่พวกรุ่นพี่ไม่ได้เล่าอะไรแปลกๆให้ผมฟังหรอก<span>  </span>ตรงกันข้าม&#8230;ผมโดนด่าต่างหาก&#8230;</span></p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/cavaliers032.wordpress.com/13/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/cavaliers032.wordpress.com/13/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/cavaliers032.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/cavaliers032.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/cavaliers032.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/cavaliers032.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/cavaliers032.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/cavaliers032.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/cavaliers032.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/cavaliers032.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/cavaliers032.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/cavaliers032.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/cavaliers032.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/cavaliers032.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/cavaliers032.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/cavaliers032.wordpress.com/13/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=cavaliers032.wordpress.com&amp;blog=3530087&amp;post=13&amp;subd=cavaliers032&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://cavaliers032.wordpress.com/2008/04/26/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b9%86%e0%b9%86%e0%b8%82%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b8%b3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a72e2649455f1ef6f2c0eabc6113e2e8?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">cavaliers032</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
